ความอยู่รอดของภาษาไทยในยุคดิจิตอล

สาระน่ารู้จากสายด่วน 1765

  • 2019-05-16 09:53:17

คุณเคยได้ยินประโยคเหล่านี้หรือไม่? “ภาษาไทยใกล้จะวิบัติแล้ว” “เอกลักษณ์ของภาษาไทย จะค่อยๆ จางหายไป” หรือบ้างก็พูดว่า “เทคโนโลยีที่ทันสมัยมีผลให้ภาษาไทยเข้าสู่ยุควิกฤติ” คำถามต่อมา แล้วคุณคิดอย่างไรกับประโยคเหล่านี้!? เห็นด้วยหรือไม่ ถ้าเห็นด้วยก็แสดงว่า กำลังมีปัญหาอะไรบางอย่างเกิดขึ้นกับภาษาไทย ภาษาที่เป็นเอกลักษณ์ประจำชาติไทย เป็นสิ่งที่มีคุณค่าและเราทุกคนภาคภูมิใจ และคำถามสุดท้าย คุณจะร่วมกันแก้ไขปัญหานี้หรือไม่...?

เป็นที่ทราบกันดีว่า มีไม่กี่ประเทศ ในโลกที่มีภาษาพูดเป็นของตนเอง และมีไม่กี่ประเทศที่มีภาษาเขียนเป็นของตนเอง แต่จะมีสักกี่ประเทศที่มี ทั้งภาษาพูดและภาษาเขียนเป็นของตนเอง ซึ่งประเทศไทยก็เป็นหนึ่ง ในประเทศที่มีทั้งภาษาพูดและภาษาเขียนเป็นของตนเอง จึงเป็นสิ่งที่ทำให้คนไทยทุกคนภาคภูมิใจในวัฒนธรรมด้านภาษา แต่การที่เราพูด อ่าน และเขียนภาษาไทยเป็นประจำทุกวันจนเกิดความคุ้นชินนั้น ทำให้เราละเลยและลดความสำคัญกับสิ่งที่มีคุณค่าลง จนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางภาษาขึ้น คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นมักจะรวบรัดตัดตอนคำให้สั้นลง เพื่อความรวดเร็ว หรือบัญญัติศัพท์ใหม่ๆ ที่ใช้เฉพาะกลุ่มขึ้นเพื่อความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ เช่น มโน (การจิตนาการหรือคิดไปเอง) เกรียน (บุคคลที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว หรือชอบก่อกวน) หรือมักจะใช้คำที่พ้องเสียง เช่น นู๋ (หนู) ครัช (ครับ) เป็นต้น ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในยุคสมัยนี้ แต่เป็นปัญหาที่ถูกสะสมและเรื้อรังมานาน ยิ่งในปัจจุบันเทคโนโลยีการสื่อสารออนไลน์มีส่วนที่ ทำให้ปัญหานี้ชัดเจนมากขึ้น เพราะการสนทนาหรือเผยแพร่ของข้อความ ที่แสดงทัศนคติในเรื่องต่างๆ ของตนเองผ่านช่องทางสื่อต่างๆ เช่น E-Mail Facebook Line เป็นต้น ทำให้คำเหล่านี้ถูกแพร่กระจายและได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว แม้คำและช่องทางที่ใช้เหล่านี้จะไม่เป็นทางการ แต่หากเราใช้มันอยู่ตลอดเวลาจนทำให้เกิดความคุ้นชินและค่อยๆ ซึมซับภาษาที่ผิดจนหลงลืมคำที่ถูกต้องไป ก็เป็นการสร้างหรือเพิ่มให้ปัญหานี้ทวีความรุนแรงมากขึ้น และที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ “ลืมจนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเรากำลังใช้คำที่ผิดอยู่” หากพวกเราทุกคนยังนิ่งเฉยกับปัญหาเหล่านี้ ก็จะทำให้เป็นปัญหาที่เรื้อรังมากขึ้น เอกลักษณ์และคุณค่าของภาษาไทยจะค่อยๆ สูญเสียไปจนหมดสิ้น เมื่อคุณรู้อย่างนี้ ก็ไม่สายเกินไปถ้าจะหันมาช่วยกันอนุรักษ์และส่งต่อการใช้ภาษาไทย ที่ถูกต้องให้กับคนรุ่นต่อๆ ไป ด้วยวิธีการง่ายๆ (3 .) ที่เราทุกคนก็สามารถทำได้ ดังนี้

  1. ลูกฝังวัฒนธรรมรักการอ่าน พ่อแม่ผู้ปกครองควรปลูกฝังวัฒนธรรมรักการอ่านให้กับบุตรหลานตั้งแต่เล็กๆ เพราะเด็กเล็กเป็นวัยที่เหมาะสมและง่ายต่อการปลูกฝังสิ่งต่างๆ และการอ่านยังเป็น การวางรากฐาน ด้านภาษาที่ดีอีกทางหนึ่ง ซึ่งเราพบสัญญาณที่ดีต่อการแก้ปัญหานี้คือ จากสถิติการสำรวจการอ่านของประชาชนของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า ในปี พ.ศ. 2558 เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี มีอัตราการอ่านร้อยละ 60.2 ในขณะที่ผลการสำรวจเด็กกลุ่มเดียวกันในปี 2556 มีอัตราการอ่าน 58.9 นั้นคือ มีอัตราการอ่าน ที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยและเพิ่มขึ้นเกือบทุกพื้นที่ ซึ่งจากผลการวิจัยสามารถคาดคะเนได้ว่า เมื่อเด็กมีการซึมซับหลักการใช้ภาษาไทยที่ถูกต้องมากขึ้น ปัญหาการใช้ภาษาไทยที่ไม่ถูกต้องก็จะลดลงไปด้วย
  2. ลุกจิตสำนึกในการหวงแหนภาษาไทยและรู้กาลเทศะการใช้ภาษาไทยที่ถูกต้อง การให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้ภาษาไทยที่ถูกต้องและเหมาะสมเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่เราควรสอดแทรกความเป็นมา และคุณค่าที่ความสำคัญของภาษาไทยเข้าไปด้วยเพื่อให้เกิดความรักและหวงแหนภาษาไทย รวมถึงการใช้ภาษาไทยให้ถูกกาลเทศะอีกด้วย เช่น กรณีที่ไม่เป็นทางการเราสามารถใช้ภาษาพูดได้ แต่ถ้าในกรณีที่เป็นทางการเราจะต้องใช้คำที่เป็นทางการและเหมาะสมกับบริบทนั้นๆ ซึ่งข้อนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเป็นพื้นฐานการทำงานในอนาคตได้
  3. ลี่ยนแปลงตัวเอง เมื่อเรารู้ว่าคำใดใช้ผิดหรือถูก คำใดควรหรือไม่ควรใช้กับบริบทในขณะนี้แล้ว สิ่งที่สำคัญต่อมาคือ เรายังคงใช้คำที่ผิดๆ เหล่านี้อยู่อีกหรือไม่ เพราะถ้าเรายังนิ่งเฉยกับปัญหาเหล่านี้ ปัญหา ก็จะไม่ถูกแก้ไขและยังเป็นการสะสมปัญหาให้เรื้อรังอยู่ต่อไป

ระยะเวลาที่ผ่านไปทำให้สิ่งต่างๆ เกิดการเปลี่ยนแปลงรวมไปถึงเรื่องของภาษา ซึ่งถือว่า เป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าการเปลี่ยนแปลงเป็นไปในทางที่ดีหรือเกิดการพัฒนาเราจะเรียกสิ่งนั้นว่า “วิวัฒนาการทางภาษา” แต่ถ้าการเปลี่ยนแปลงนั้นไปในทิศทางตรงกันข้ามเราจะเรียกสิ่งนั้นว่า “ความเสื่อมถอย ทางภาษา” และความเสื่อมถอยนี้เองสามารถทำลายทั้งรูปแบบและคุณค่าที่งดงามของภาษาไทยให้สูญไปได้อย่างที่คุณคาดไม่ถึง ดังนั้นบุคคลสำคัญที่สามารถอนุรักษ์ภาษาไทยให้คงอยู่หรือทำลายภาษาไทยให้สูญสิ้นไปก็คือ “คุณ” หรือพูดง่ายๆ ว่า ความอยู่รอดของภาษาไทยอยู่ในกำมือคุณ

นางสาวณธษา ราชบัณฑิต

นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ

กลับขึ้นด้านบน